เนรมิตบ้านให้เป็น HOME OFFICE

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกไปหมกตัวตามร้านกาแฟ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกไปหมกตัวตามร้านกาแฟ ได้เหมือนเมื่อก่อน ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบ้านให้เหมาะสมต่อการทำงานแทน ต่อไปนี้ “บ้าน” จะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนและพื้นที่ของครอบครัวอีกแล้ว

เมื่อเทรนด์การทำงานของคนบนโลกกำลังจะเปลี่ยนให้ “บ้าน” กลายเป็น “พื้นที่สร้างสรรค์ผลงาน” แทนออฟฟิศ ท่ามกลางโควิด-19 ที่ยังแพร่ระบาดอยู่ รวมไปถึงพฤติกรรมการทำงานของคนที่ปรับเข้าสู่ New Normal อันจะกลายมาเป็นตัวช่วยกำหนดให้ตัวองค์กรต้องปรับเปลี่ยนตาม เพื่อรองรับการทำงานแบบ Work From Home / Remote Working แทนการต้องเดินทางเข้าออฟฟิศทุกวัน

การปรับเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็น Office ทำให้บ้านเป็นสำนักงานเสมือน (Virtual Office) อันทรงประสิทธิภาพ เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจหรือทำให้ชีวิตการทำงานง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสี่ยงว่างานจะเสียหายหรือเจ้านายไม่ปลื้มได้อย่างแน่นอน ออกแบบบ้าน

  1. จัดสรรพื้นที่ให้ชัดเจน

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ใช้สอยมากมาย หรือคอนโดแบบ studio room type คุณควรหามุมทำงานประจำเพื่อใช้วางโต๊ะทำงานให้เป็น home office station ของคุณเอง หาที่เหมาะ ๆ ที่คุณคิดว่า ถ้านั่งทำงานตรงนี้จะช่วยสร้างสมาธิที่ดีให้กับคุณ สิ่งสำคัญก็คือ คุณต้องกำหนดและจัดสรรพื้นที่ทำงานให้ชัดเจน เช่น ถ้าคุณอาศัยอยู่กับครอบครัวใหญ่ เพื่อป้องไม่ให้คนในครอบครัวมารบกวนการทำงาน และมีพื้นที่ส่วนตัวเพียงแค่ในห้องนอน ก็ลองหามุมใดมุมหนึ่งในห้องนอนของคุณวางโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับขนาดห้องนอนอย่างเป็นสัดส่วน คุณจะได้ไม่ต้องไปนั่งทำงานบนเตียงให้รู้สึกขี้เกียจอีกต่อไป

การตกแต่งมุมบ้านให้เสมือนออฟฟิศ แบ่งแยกสัดส่วนให้ชัดเจน ห่างจากมุมพักผ่อนหรือเตียงนอน จะทำให้ชีวิตได้มี Space ชัดเจนขึ้น ไม่ปล่อยให้งานเข้าไปปะปนกับชีวิตส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมงจนเกิดความเครียด นอกจากนี้ควรสร้างวินัยด้านพฤติกรรมการกระทำให้เป็นปกติเหมือนเมื่อครั้งต้องตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัว เดินทางไปทำงานออฟฟิศ

เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยเตือนให้สามารถแยกแยะชีวิตการทำงาน ออกจากชีวิตของการพักผ่อนอยู่บ้านได้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องเคร่งเครียดกับการทำงานมากเกินไป ชนิดที่ไม่ต้องตื่นมาก็เจอกับกองงาน นั่งทำงานทั้งๆ ที่ไม่ได้อาบน้ำแต่งตัวกินข้าว ซึ่งการทำแบบนี้จะเท่ากับว่าเกิดการยอมรับให้พื้นที่การทำงานเข้าไปพัวพันกับการใช้ชีวิตจนแยกไม่ออก และจะทำให้หมดสนุก ไม่มีความสุขกับการทำงานไปจนเสียสุขภาพจิตขึ้นได้ในระยะยาวอีกด้วยไอเดียเริ่ดๆ เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศ

  1. เลือกมุมปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก

การจัดตั้งมุมทำงานไว้ในพื้นที่ที่มีแสง ลม อากาศ ถ่ายเทดี มีความเงียบสงบ บรรยากาศโปร่งโล่ง มีเฟอร์นิเจอร์ที่อำนวยความสะดวกในการทำงานแบบน้อยชิ้น แต่ให้ประสิทธิภาพเยี่ยม จะทำให้ลดความอึดอัดจากการถูกบีบรัดจากเฟอร์นิเจอร์ที่แย่งพื้นที่ใช้สอยลงได้ ซึ่งการเปิดโล่งทั้งสภาพบรรยากาศหรือพื้นที่ จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายในการทำงาน คิดงานได้อย่างสร้างสรรค์และลื่นไหล หรือถ้าหามุมวิวหน้าต่างบรรยากาศดีไม่ได้ก็อาจใช้เรื่องสีสัน วอลเปเปอร์ และการตกแต่งเข้ามาช่วยได้ในข้อนี้ แล้วจะทำให้มีบรรยากาศการทำงานแบบ Virtual Office ที่เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพในการทำงานได้ในแบบที่ตัวเองชื่นชอบ คราวนี้ต่อให้ต้องใช้ไอเดียขบคิดปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนแค่ไหน ก็จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างลื่นไหล ตามใจต้องการเลยล่ะท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกไปหมกตัวตามร้านกาแฟ


  1. เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นเป็นดี

สำหรับมุมทำงานแล้ว คุณควรมีเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็นต้องใช้ก็เพียงพอแล้ว หลัก ๆ ขอให้เป็นโต๊ะทำงาน เก้าอี้ และตู้เก็บของเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่มากเกินไป ถ้าไม่ได้ดูแลทำความสะอาดให้ดี ก็จะเป็นที่อยู่ของฝุ่นมากมาย และยังทำให้เกิดความอับทึบ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกอีกด้วย

9 ไอเดียตกแต่งโฮมออฟฟิศ


  1. จัดมุมทำงานให้เป็นระเบียบ

มุมทำงานที่เป็นระเบียบ โต๊ะทำงานที่ไม่มีของระเกะระกะ ไม่รก สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากที่คุณจะเสียเวลาหาของน้อยลง มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น คุณยังจะไม่หลุดโฟกัสในงานที่คุณทำอยู่ เพราะบังเอิญเหลือบไปเห็นกองเอกสารอีกตั้งที่คุณจะต้องเคลียร์ภายในอาทิตย์นี้ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกไปหมกตัวตามร้านกาแฟ

  1. วางของตกแต่งสร้าง Inspiration

นอกจากของที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงาน ของตกแต่งอื่น ๆ เช่น ตั้งต้นไม้ที่ดูแลง่าย ของแต่งบ้านชิ้นเล็ก หรือรูปภาพสวย ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานได้มาก ลองเลือกวางของที่เห็นแล้วคุณจะมีแรงบันดาลใจ อาจจะเป็นรูปภาพคำคมที่คุณประทับใจ หรือรูปครอบครัว สัตว์เลี้ยงแสนรัก หรือจะเป็นรูปสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณอยากไปก็ได้ ลองเลือกธีมสีที่คุณชอบ แล้วหาของตกแต่งโต๊ะทำงานของคุณตามธีมสีที่คุณเลือก ก็จะช่วยเพิ่มกิจกรรมสนุกระหว่าง Work from home ให้คุณได้ดูแลมุมทำงานในวันว่างของคุณได้ด้วย

SistaCafe เว็บไซต์ผู้หญิง แฟชัน แต่งหน้า แต่งตัว ทรงผม


  1. จัดโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ย

สำหรับใครที่เป็นสายมู นอกจากการขยันทำงานแล้ว ก็อยากให้ดวงดีเสริมความก้าวหน้าในหน้าที่การงานด้วย ลองมาจัดโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ยดู หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา แนะนำไว้ว่า การวางโต๊ะทำงานไม่ควรหันหน้าตรงกับประตูหรือทางเดิน เพราะจะทำให้งานมีแต่ปัญหาและความวุ่นวาย ต้องคอยตามแก้อยู่เสมอ แต่ถ้าเป็นตำแหน่งที่คุณเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ให้ลองหาต้นไม่จริงมาวางตกแต่งโต๊ะทำงานเพื่อลดพลังความแรงของฮวงจุ้ย และยังเสริมต่อด้วยว่า ควรวางรูปครอบครัวบนโต๊ะทำงานเพื่อเสริมพลังบวก ช่วยเรื่องสร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญแนะนำให้จัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ วางของบนโต๊ะให้น้อยเข้าไว้ เพราะโต๊ะที่รก จะทำให้งานเยอะ งานหนัก เหมือนโต๊ะทำงานที่ไม่เป็นระเบียบ

จัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน

  • จัดตำแหน่งโต๊ะทำงานให้ดี

ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานที่ดี เริ่มจากการวางโต๊ะทำงานในตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนเลยแหละ ถ้าเรา WFH ควรตั้งโต๊ะทำงานให้อยู่ในมุมที่มองเห็นสภาพแวดล้อมห้องได้หมด ด้านหลังของเราควรเป็นผนัง ตั้งโต๊ะให้เยื้องกับประตู และควรหันหลังให้กับมุมห้อง เพราะมุมห้อง จะช่วยเสริมอำนาจ ความหนักแน่น และบารมีให้กับเรา ถ้าไม่มีผนังข้างหลัง เราแนะนำให้หาตู้ โต๊ะ หรือกระถางต้นไม้มาวางไว้ อย่าปล่อยให้ข้างหลังของเราว่าเชียว ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานที่ดียังมีอีก เราลิสต์มาให้ทำตามกันง่าย ๆ

    • ห้ามหันโต๊ะทำงานตรงกับประตูหรือตรงข้ามประตู เพราะจะเกิดแต่เรื่องวุ่นวาย มีปัญหาถาโถมเข้ามาตลอด ทั้งยังทำให้เงินทอง โชคลาภไหลออกนอกห้อง
    • คนที่ต้องออกไปพบลูกค้าอย่าง AE, Sale หรือ PM เราแนะนำว่า ควรนั่งตรงประตูไว้นะคะ จะทำให้คนเข้ามาเจรจาง่าย ไม่มีปัญหาอะไรมากวนใจ คุยงานก็ฉลุย
    • ไม่วางโต๊ะทำงานตรงกับคาน
    • จัดโต๊ะให้ด้านหน้าโล่ง ปลอดโปร่ง
    • ไม่ตั้งโต๊ะทำงานติด หรือชิดเสา เพราะเสาเป็นเหมือนสิ่งที่รับน้ำหนัก ดังนั้น การเอาโต๊ะทำงานไปชิดเสาจะส่งผลให้มีแต่เรื่องเครียด ๆ
    • ไม่ตั้งโต๊ะทำงานตรงกับประตูห้องน้ำ เพราะจะส่งผลต่อเรื่องของสุขภาพ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้สาว ๆ หาฉาก หรือม่านมาบังไว้
  • วัตถุมงคลสำหรับวางบนโต๊ะ

การมีวัตถุมงคลตั้งไว้ที่โต๊ะเป็นเหมือนการกระตุ้นพลังภายในของคุณออกมา เพิ่มความสดชื่น มีกำลังใจในการทำงาน เช่น นำเต่าคริสตัลมาวางไว้บนโต๊ะ ซึ่งเต่า ที่เป็นสัตว์มงคลกอปรกับคริสตัลที่ถือเป็นสิ่งมงคลที่สุดของฮวงจุ้ย จะช่วยเสริมพลังบวกให้กับคุณได้มาก หรือจะตั้งแก้วน้ำและหิน ที่ดูดซับพลังงานดี ๆ เพื่อเสริมดวงในการทำงานให้คุณก็ถือเข้าท่า นอกจากนี้ สิ่งของที่เราชอบ เช่น ภาพครอบครัว โมเดลตัวการ์ตูนและ ปฏิทินดารา ก็เข้าข่ายเป็นวัตถุมงคลสำหรับตัวเราเหมือนกันนะครับ เพียงแค่มองไปทางนั้น เราจะได้รับกำลังใจ รู้สึกสดชื่นขึ้นมา ทำให้มีแรงในการทำงานต่อไปได้อย่างมากเลยล่ะ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกไปหมกตัวตามร้านกาแฟ

  • เติมความสดชื่นบนโต๊ะทำงานด้วยดอกไม้หอม ๆ

การนำดอกไม้หอม ๆ สีสันสดใสมาตั้งไว้บนโต๊ะ จะช่วยผ่อนคลายความเครียดให้คุณได้ กลิ่นหอมของดอกไม้ทำให้อารมณ์ดี บรรดาสีสันของดอกไม้ช่วยให้สายตาที่ล้าจากจอคอมได้รีแล็กซ์ ซึ่งดอกไม้เหล่านี้จะช่วยให้คุณทำงานได้ราบรื่น บรรเทาความเครียดลงไป การทำงานก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกไปหมกตัวตามร้านกาแฟ

7. เพิ่มพื้นที่เขียวช่วยกระตุ้นความสร้างสรรค์

พื้นที่สีเขียวของดอกไม้ใบหญ้าต้นไม้ จะทำให้รู้สึกสดชื่น สงบ ผ่อนคลาย การวางโต๊ะทำงานในมุมที่สามารถทอดสายตาออกสู่สวนหรือพื้นที่สีเขียวนอกบ้าน หรือตกแต่งสถานที่ทำงนให้มีต้นไม้ดอกไม้สวยงาม จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ด้วย ซึ่งมีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Queensland ในประเทศออสเตรเลียช่วยยืนยันว่าผลลัพธ์ของการประดับตกแต่งพื้นที่ทำงานด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ จะช่วยให้คนทำงานมีศักยภาพเพิ่มขึ้น 15% และตอบสนองต่อการทำงานได้อย่างรวดเร็วด้วย9 ไอเดียตกแต่งโฮมออฟฟิศ

8. เลือกโต๊ะและเก้าอี้ที่มีคุณภาพ

โต๊ะทำงานเป็นหัวใจสำคัญของโฮมออฟฟิศ ดังนั้นควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อเลือกซื้อโต๊ะทำงานที่ใช่ที่สุด หลักสำคัญที่ต้องคิดถึงเป็นอันดับแรกคือโต๊ะทำงานควรต้องกว้างพอที่จะวางสิ่งของจำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำงานได้ เช่น คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป โคมไฟตั้งโต๊ะ เครื่องเขียน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน เก้าอี้สำนักงานที่ดีก็ควรมีฟังก์ชั่นปรับความสูง มีที่วางแขน และมีพนักพิงหลังขนาดใหญ่ เก้าอี้ที่มีคุณสมบัติการรองรับช่วงเอวก็เป็นสิ่งที่ควรเลือกซื้อมาใช้หากต้องนั่งทำงานหลายชั่วโมงในแต่ละวัน ถ้าจะให้ดีแนะนำว่าควรไปที่ร้านจำหน่ายและลองนั่งเก้าอี้แบบต่างๆ จนกว่าจะเจอเก้าอี้ที่นั่งสบายและเหมาะสมกับสรีระที่สุด

อย่างไรก็ตาม โต๊ะและเก้าอี้คุณภาพดีย่อมมาพร้อมกับราคาที่แพงเป็นธรรมดา ดังนั้นควรเลือกซื้อให้เหมาะกับงบประมาณที่มีท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกไปหมกตัวตามร้านกาแฟ

อ่านบทความน่าสนใจเกี่ยวกับบ้านถัดไป 7 เคล็ดลับจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.