ข้อควรรู้สำหรับ เจ้าหนี้และลูกหนี้ มีกฎหมายการทวงหนี้อย่างไรบ้าง?

กฎหมายทวงหนี้ เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก

กฎหมายทวงหนี้ เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก

กฎหมายทวงหนี้ เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก เพื่อที่เราจะได้ไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เราเป็นเจ้าหนี้เสียเอง ก็จะได้รู้รายละเอียดเวลาทวงหนี้ และข้อห้ามต่างๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ นับเป็นกฎหมายพื้นฐานในชีวิตประจำวันที่เราควรรู้ไว้

เกี่ยวกับกฎหมายการทวงหนี้

เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นไม่เข้าใคร ออกใคร มักจะสร้างปัญหาวุ่นวายใจ ให้กับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ เรื่องของการยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ หรือฝ่ายลูกหนี้ก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ทำการชำระหนี้ ตามกำหนด และตามที่ได้ตกลง ผ่อนปรนกันไม่ได้ ก็มักจะเกิดการทวงหนี้ ตามมานั่นเอง private detective bangkok

ซึ่งกฎระเบียบ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทวงหนี้นั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายทวงหนี้ ถือเป็นเรื่องที่ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ควรรู้ไว้ การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึง การทวงหนี้ระหว่างบุคคล เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหนี้อื่น ๆ ด้วย เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ แม้กระทั่ง การเล่นการพนัน ก็ถือได้ว่า เป็นหนี้อีกรูปแบบหนึ่ง รับทวงหนี้

บ่อยครั้งที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหนี้บางประเภท ที่มีการทวงถามหนี้ กับทางลูกหนี้ แบบละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของลูกหนี้ โดยใช้ถ้อยคำ ที่เป็นความอย่างรุนแรง การคุกคาม โดยการขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย หรือการทำให้เสียชื่อเสียง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จ และการสร้างความเดือดร้อน รำคาญ ให้แก่บุคคลอื่น

ที่เรามักจะเห็นข่าว การทวงหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง และไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เรา ต้องการจะทวงหนี้จากผู้อื่น และผู้อื่นจะมาทวงหนี้จากเรา จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนิน ไปตามหลักของกฎหมาย การทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ก่อนจะเป็นลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ มีดังนี้

กฎหมายทวงหนี้ใหม่ 2564 (อัปเดตล่าสุด) ต้องทวงหนี้อย่างไรจึงจะไม่ผิดกฎหมาย?

การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึงการทวงหนี้ระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหนี้อื่นๆ เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ แม้กระทั่งการพนันก็ถือว่าเป็นหนี้รูปแบบหนึ่ง บ่อยครั้งที่เรามักเห็นข่าวการทวงหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรงและไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เราต้องการจะทวงหนี้ผู้อื่น และผู้อื่นจะมาทวงหนี้เรา จริงๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนินไปตามหลักของ กฎหมายทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่างๆ ที่ควรรู้ไว้ ดังนี้

1. ความหมายของ “ลูกหนี้” และ “ผู้ทวงถามหนี้” 
– ลูกหนี้ คือ ลูกหนี้ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และให้หมายความรวมถึงผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย
– ผู้ทวงถามหนี้ คือ เจ้าหนี้ ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเป็นปกติธุระตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน และเจ้าหนี้อื่นๆ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม

หมายเหตุ : ผู้ทวงถามหนี้ หรือเจ้าหนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นตัวแทนของนิติบุคคล ในนามของบริษัทสินเชื่อ, ประกัน, ธนาคาร และอื่นๆ ได้

2. ยืมเงินจำนวนเท่าไร จึงจะต้องทำหนังสือกู้ยืมเงิน?
ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สามารถทำหนังสือสัญญากู้ยืมได้ โดยจะต้องมีการลงลายมือชื่อทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ ซึ่งหากผิดสัญญาชำระหนี้ ก็สามารถนำไปฟ้องร้องได้

3. ยืมเงินผ่านแชต ใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้ไหม?
การทักขอยืมเงินผ่านแชต หรือแชตไลน์ สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องได้ แม้จะไม่ได้มีการทำหนังสือกู้ยืมเงิน เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

4. โทรศัพท์ไปทวงหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่รับสาย ถือเป็นการทวงหนี้แล้วหรือยัง?
– หากผู้ทวงถามหนี้โทรศัพท์ไปหาลูกหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่รับสาย หรือกดวางสายก่อนจะมีการพูดคุย = ไม่นับเป็นการทวงหนี้
– หากผู้ทวงถามหนี้โทรศัพท์ไปหาลูกหนี้ ลูกหนี้รับสาย แต่พูดคุยเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องการทวงหนี้ = ไม่นับเป็นการทวงหนี้
– หากผู้ทวงถามหนี้ทักไปสอบถามทางแชท แต่ลูกหนี้ยังไม่เปิดอ่าน = ไม่นับเป็นการทวงหนี้
– หากผู้ทวงถามหนี้ทักไปสอบถามทางแชท ลูกหนี้เปิดอ่านข้อความ แต่ไม่ตอบ = ถือเป็นการทวงหนี้แล้ว

5. ทวงหนี้ได้วันละกี่ครั้ง?
กฎหมายทวงหนี้ใหม่กำหนดให้เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง หากฝ่าฝืนจะมีความผิด โดนโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่ในกรณีที่เพื่อนยืมเงินเพื่อน ทวงเกินวันละ 1 ครั้ง ถือว่าไม่ผิด

6. “เวลาทวงถามหนี้” ควรทวงหนี้เวลาไหน จึงจะไม่ผิดกฎหมาย?
– วันจันทร์-ศุกร์

เวลาทวงหนี้ตั้งแต่ 08.00 น. – 20.00 น.

– วันเสาร์ วันอาทิตย์ , วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เวลาทวงหนี้ตั้งแต่ 08.00 น.-18.00 น.

หมายเหตุ : หากเจ้าหนี้ฝ่าฝืนเวลาทวงหนี้ มีโทษปรับ 100,000 บาท และต้องทวงหนี้กับลูกหนี้เท่านั้น ห้ามไปทวงกับคนอื่น มิฉะนั้นจะมีจำคุก 1 ปี หรือปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

7. การทวงหนี้แบบใด ที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด?
– ห้ามพูดจาดูหมิ่น
– ห้ามประจาน
– ห้ามข่มขู่
– ห้ามใช้ความรุนแรง
– ห้ามทำร้ายร่างกาย
– ห้ามทำลายทรัพย์สินของลูกหนี้ให้เกิดความเสียหาย
– ห้ามเปิดเผยเรื่องหนี้ของลูกหนี้ ต่อผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
– ห้ามส่งเอกสารเปิดผนึกทางไปรษณีย์ ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน

8. ลักษณะการทวงถามหนี้ ที่ไม่เป็นธรรม

การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกินกว่าอัตรา ที่คณะกรรมการกำหนด การเสนอ หรือจูงใจให้ลูกหนี้ ออกเช็ค ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ทางลูกหนี้ อยู่ในฐานะ ที่ไม่สามารถ ชำระหนี้ได้ มาตรา 13 พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558

ถ้าหากทวงถามหนี้ โดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ ฝ่ายลูกหนี้ สามารถไปแจ้งความ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และผู้ทวงถามหนี้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1-5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท – 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรา 13 (2) มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามาตรา 39

ในการออก กฎหมายทวงถามหนี้ ขึ้นมานี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่ากฎหมายค่อนข้างให้ความคุ้มครองกับประชาชนที่เป็นลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ไม่ให้ถูกกดขี่ข่มเหงมากจนเกินไป โดยเฉพาะลูกหนี้นอกระบบ ที่จะไม่โดนทำร้ายร่างกายเหมือนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และมีโอกาสในการเจรจาหรือผ่อนผันหนี้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน การขอสินเชื่อก็อาจมีความยุ่งยากมากขึ้น เพราะสถาบันการเงินคงต้องคัดเอาแต่ลูกหนี้ที่มีประวัติดีๆ เท่านั้น และทางเจ้าหนี้อาจต้องมีการปรับปรุงการทวงหนี้ขึ้นมาใหม่ให้ละเมียดละไม และสุภาพมากที่สุด เพราะหากยังมีการทวงหนี้เหมือนเดิมอยู่ อาจจะต้องติดคุกกันหมดก็ได้ค่ะ

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป สิทธิส่วนบุคคล

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น